Close
title
f
title
สำนักงานทางหลวงที่ 5
Office Of Highways 5 (Phitsanulok)
วิสัยทัศน์ : "ระบบทางหลวงที่สะดวกปลอดภัย เชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ"
 
ข่าวสารทางหลวง
title
“บึงสีไฟ จ.พิจิตร” แหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ โดดเด่นด้วยทัศนียภาพพระอาทิตย์ตกดินอันงดงาม

กรมทางหลวงเชิญชวนเที่ยวบึงสีไฟ จังหวัดพิจิตร เดินทางสะดวกห่างจากตัวเมืองพิจิตรใช้เวลาเพียง ไม่กี่นาที สัมผัสบรรยากาศเงียบสงบและสวยงาม พร้อมสนามจักรยานสราญจิตมงคลสุข แหล่งพักผ่อนและกิจกรรมกีฬาแห่งใหม่บึงสีไฟนอกจากจะเป็นบึงน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สำคัญของจังหวัดแล้ว ยังได้รับ พระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2567 เพื่อทรงเปิด “สนามจักรยานสราญจิตมงคลสุข บึงสีไฟ จังหวัดพิจิตร” อันเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงกีฬา แห่งใหม่ที่มีความปลอดภัย และแวดล้อมด้วยบรรยากาศธรรมชาติ เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบกีฬาและเป็น แหล่งพักผ่อนเพื่อมอบไว้ให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ ส่งเสริมสุขภาพ และเป็นพื้นที่ออกกำลังกายที่ได้มาตรฐาน ถือเป็นเกียรติยศสูงสุดและความภาคภูมิใจของชาวจังหวัดพิจิตรและคนไทยทั้งประเทศ สถานที่แห่งนี้มีทางเดิน ริมบึงให้ได้สูดอากาศบริสุทธิ์ พร้อมชมแสงสะท้อนจากฝืนน้ำยามเย็นเมื่อดวงอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้าแสงสีทอง ที่ค่อย ๆ เคลื่อนผ่านผิวน้ำสร้างทิวทัศน์ที่งดงามหน้าประทับใจ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดเหมาะสำหรับ การเดินเล่น ถ่ายภาพ พักผ่อนร่วมกับครอบครัวและเพื่อนๆ นอกจากนี้บึงสีไฟยังมีกิจกรรมหลากหลาย ให้เพลิดเพลิน อาทิ สะพานไม้ สวนสาธารณะ ลานกิจกรรมกลางแจ้ง ตลาดชุมชน และร้านอาหารพื้นถิ่นที่สามารถเลือกซื้อของดีเมืองพิจิตรและลิ้มรสอาหารพื้นบ้าน นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางมายังบึงสีไฟได้สะดวกสบาย โดยเดินทางจากรุงเทพฯผ่านทางหลวงหมายเลข 32 มุ่งหน้านครสวรรค์ และแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 117 เชื่อมต่อทางหลวงหมายเลข 115 และวิ่งตรงเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 111 วิ่งเข้าสู่เมืองพิจิตรและบึงสีไฟกรมทางหลวงได้มุ่งมั่นที่จะพัฒนาทางหลวงทุกสายให้มีความสะดวก รวดเร็วและปลอดภัยในทุกเส้นทาง เพื่อรองรับการคมนาคมที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จัดให้มีจุดพักรถเพื่อรองรับการเดินทางของประชาชน เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวภายในประเทศ กระตุ้นเศรษฐกิจให้เกิดความมั่นคง เข้มแข็ง อย่างยั่งยืน กรมทางหลวงขอให้ประชาชนเดินทางด้วยความระมัดระวัง และสามารถสอบถามเส้นทางการจราจรหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อได้ที่แขวงทางหลวงพิจิตร และหมวดทางหลวงในพื้นที่ และสายด่วน กรมทางหลวง 1586 (โทรฟรี 24 ชั่วโมง)
title
กรมทางหลวงเร่งรื้อถอนโครงสร้างสะพาน ยก Main Truss Beam สำเร็จ มุ่งคืนผิวจราจรให้ประชาชน

ข่าวประชาสัมพันธ์กรมทางหลวง วันพฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม 2567 ----------- กรมทางหลวงเร่งรื้อถอนโครงสร้างสะพาน ยก Main Truss Beam สำเร็จ มุ่งคืนผิวจราจรให้ประชาชน    (12 ธันวาคม 2567) – นายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย อธิบดีกรมทางหลวง ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการรื้อถอนโครงสร้างเหล็ก Launching Gantry (LG) และชิ้นส่วนสะพานคอนกรีตที่ได้รับความเสียหายบนทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระราม 2) โดยเผยว่า ขณะนี้ทีมวิศวกรและเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการรื้อถอนโครงสร้างดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง โดยมีความคืบหน้าเป็นลำดับ และประสบความสำเร็จในการยก Main Truss Beam ส่วนกลางลงสู่พื้นดินอย่างปลอดภัย ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการเร่งคืนผิวจราจรให้กับประชาชน โดยมีรายละเอียดความคืบหน้าดังนี้ 1.ทีมวิศวกรได้ดำเนินการตรวจสอบและยึดรั้ง End Segment อีกครั้ง เพื่อเสริมความแข็งแรงและป้องกันการเคลื่อนตัวที่อาจก่อให้เกิดอันตรายในระหว่างการรื้อถอน 2.เจ้าหน้าที่ได้ทำการตัดย่อยชิ้นส่วน Main Truss Beam ที่ติดขัดกับชิ้นส่วนคอนกรีต End Segment ออก เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเคลื่อนย้าย 3.มีการปรับตำแหน่งเครนและจุดหิ้ว Main Truss ส่วนกลางฝั่งขาออก ให้มีความเหมาะสมเพื่อเตรียมความพร้อมในการยกชิ้นส่วน 4.เจ้าหน้าที่ประสบความสำเร็จในการยก Main Truss Beam ส่วนกลางลงมายังพื้นดิน ซึ่งถือเป็นความคืบหน้าสำคัญในการรื้อถอนโครงสร้างดังกล่าว   สำหรับภารกิจในวันนี้ (12 ธ.ค.67) ทีมวิศวกรจะทำการตัด Main Truss ในส่วนที่เหลือและยกลงมาให้แล้วเสร็จ และขณะนี้ทีมงานผู้รับจ้างได้เริ่มดำเนินการตรวจสอบความเรียบร้อยของอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย รวมถึงพื้นที่นอกจุดเกิดเหตุภายในโครงการฯ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนดำเนินการคืนผิวจราจรให้กับประชาชน โดยกรมทางหลวงยึดมั่นในความปลอดภัยในการดำเนินงานทุกขั้นตอน ทั้งนี้ กรมทางหลวงขออภัยในความไม่สะดวก และขอขอบคุณประชาชนทุกท่านที่ให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามแผนการจราจร ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่นต่อไป #กรมทางหลวง #ถนนพระราม2
title
กรมทางหลวง สรุปสถานการณ์อุทกภัยและดินสไลด์บนทางหลวงประจำวันที่ 5 ธันวาคม 2567

กรมทางหลวง สรุปสถานการณ์อุทกภัยและดินสไลด์บนทางหลวงประจำวันที่ 5 ธันวาคม 2567 พบว่าทางหลวงถูกน้ำท่วมในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส (8 สายทาง จำนวน 8 แห่ง) การจราจรผ่านไม่ได้ 5 แห่ง ดังนี้ จังหวัดยะลา การจราจรผ่านไม่ได้ 2 แห่ง1. ทล.4060 กะรุบี - ตะโล๊ะหะลอ ช่วง กม.ที่ 25+138 - 25+150 อ.รามัน คอสะพานชำรุดไม่สามารถผ่านได้ ใช้ทางเลี่ยงท้องถิ่น2. ทล.4363 ฆอแย - กาโต ช่วง กม.ที่ 1+400 – 1+500 อ.ธารโต คอสะพานชำรุดไม่สามารถผ่านได้ใช้ทางเลี่ยงท้องถิ่น จังหวัดนราธิวาส การจราจรผ่านไม่ได้ 3 แห่ง1. ทล.4062 บูเก๊ะตา - สอวอนอก ช่วง กม.ที่ 13+500 – 13+580 อ.สุคิริน ผิวทางชำรุด2. ทล.4207 สุคิริน - โต๊ะโม๊ะ ช่วง กม.ที่ 4+800 – 4+830 อ.สุคิริน คันทางชำรุด3. ทล.4115 สุคิริน - โต๊ะโม๊ะ ช่วง กม.ที่ 9+100 – 9+150 ดินโคลนถล่มทับผิวทาง ทั้งนี้ กรมทางหลวงได้จัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจรในพื้นที่ทั้ง 3 จังหวัด ระดมกำลังช่วยเหลือผู้ประสบภัยและเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนโปรดใช้ความระมัดระวังในการเดินทาง ปฏิบัติตามป้ายเตือน ป้ายแนะนำ หากต้องการความช่วยเหลือหรือสอบถามข้อมูลการทางหลวง สามารถติดต่อได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรี 24 ชม.) และเว็บไซต์ระบบบริหารจัดการภัยพิบัติ (HDMS) : https://hdms.doh.go.th/
ภาพกิจกรรม